เกี่ยวกับเรา


จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่หยุดนิ่ง การแข่งขันที่รุนแรง และความเชื่อมโยงกันของระบบเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้ประเทศไทยทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต้องมีการปรับตัวเพื่อให้สามารถเผชิญกับความท้าทายและกระแสต่าง ๆ ที่กำลังเผชิญ

ในมิติของหน่วยงานภาครัฐในฐานะหน่วยงานที่สนับสนุน กำกับดูแล และกำหนดนโยบาย จึงจำเป็นที่จะต้องพัฒนาประสิทธิภาพในการให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุน และประชาชน เพื่อให้สามารถสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อดึงดูดการลงทุนจากภายนอกเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การปรับปรุงการบริการภาครัฐให้เข้าสู่การเป็นรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ เป็นแนวทางที่สำคัญอีกแนวทางหนึ่งที่หลายประเทศได้นำมาใช้ปรับปรุงการบริการภาครัฐจนประสบความสำเร็จ ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถผลักดันให้ประเทศมีขีดความสามารถสูงขึ้นและน่าลงทุนมากขึ้น โดยประเทศที่มีอันดับความยากง่ายในการลงทุน และมีขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอันดับต้นๆของโลก เป็นกลุ่มเดียวกันกับประเทศที่มีขีดความสามารถของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์สูงเช่นกัน

แม้ว่าหน่วยงานภาครัฐของไทย มีการพัฒนางานบริการภาครัฐทางอิเล็กทรอนิกส์มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่ยังคงอยู่ในลักษณะให้บริการแบบหน่วยงานเดียว ยังไม่มีการบูรณาการและเชื่อมโยงบริการระหว่างกัน ทำให้ประชาชน ภาคธุรกิจต่าง ๆ ยังไม่ได้รับความสะดวกในการใช้บริการภาครัฐเท่าที่ควร ทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย เติบโตช้ากว่าประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะประเทศในแถบภูมิภาคเอเชีย ที่มีการพัฒนาที่รวดเร็วกว่าอย่างเห็นได้ชัด จึงจำเป็นต้องยกระดับประสิทธิภาครัฐในการให้บริการครั้งใหญ่มาสู่รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์แบบบูรณาการอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและความน่าดึดดูดในการลงทุนให้ทัดเทียมกับประเทศอื่น ๆ

จากรายงานผลการศึกษาเพื่อจัดอันดับความยาก-ง่ายในการเข้าไปประกอบธุรกิจในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก หรือ Ease of Doing Business ที่จัดทำขึ้นโดยธนาคารโลก เพื่อศึกษาเกี่ยวกับขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการ การอำนวยความสะดวก ต้นทุนค่าใช้จ่าย และกฎหมาย กฎ ระเบียบต่าง ๆ ของรัฐทั้งในแง่ของประสิทธิภาพและคุณภาพในการส่วนสนับสนุนหรือเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ และเป็นข้อมูลสำคัญในการประกอบการตัดสินใจในการลงทุนของนักลงทุนด้วย โดยในปี 2559 ประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 49 จาก 189 ประเทศ ลดลงจากปีที่ผ่านมา 3 อันดับ ทำให้ประเทศไทยต้องเร่งการพัฒนาหลายประการเพื่อยกระดับความน่าดึงดูดของการลงทุนจากอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจขึ้นจากเดิม เช่น เร่งยกระดับการพัฒนาคุณภาพการให้บริการ และการปรับปรุงบริการที่ดำเนินการอยู่ให้มีผลสำเร็จโดยเร็ว และทันกับอัตราเร่งของการปฏิรูปของประเทศต่าง ๆ

ในด้านการเริ่มต้นธุรกิจ (Starting Business) ซึ่งเป็นด้านหนึ่งของดัชนีวัดความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ เป็นขั้นตอนต่างๆ ในการจัดตั้งธุรกิจ โดยในปี พ.ศ. 2559 ประเทศไทยจัดอยู่ในอันดับที่ 96 จาก 189 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก โดยที่ผ่านมากรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร และสำนักงานประกันสังคมได้ร่วมกันดำเนินการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลการเริ่มต้นธุรกิจ (e –Starting Business) และเปิดให้บริการ ณ จุดเดียว (Single Point) ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา และรัฐบาลได้เล็งเห็นว่าในปี พ.ศ. 2559 นี้ ควรเร่งยกระดับการให้บริการแก่ประชาชนด้านเริ่มต้นธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการบูรณาการและให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์แบบเบ็ดเสร็จให้ได้อย่างแท้จริง

ดังนั้น หน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องในด้านการเริ่มต้นธุรกิจ ได้แก่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานประกันสังคม และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ร่วมกับ สำนักงาน ก.พ.ร. และสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ได้พัฒนาระบบ Biz Portal ขึ้นเพื่อให้เป็นระบบกลางในการขอเริ่มต้นธุรกิจในประเทศไทย โดยผู้ประกอบการ นักลงทุนสามารถติดต่อขอเริ่มต้นธุรกิจผ่านระบบออนไลน์ กรอกแบบฟอร์ม ยื่นเอกสารหลักฐานผ่านคอมพิวเตอร์ได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ต้องไปติดต่อที่หน่วยงานด้วยตนเอง โดยจะเปิดให้บริการได้ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 ซึ่งเมื่อผู้ประกอบการได้ยื่นขอจดทะเบียนธุรกิจที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะได้รับรหัสในการ Log in เข้าสู่ระบบ Biz Portal เพื่อยื่นขอขึ้นทะเบียนนายจ้าง ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน หรือยื่นข้อบังคับการทำงาน ผ่านระบบได้ทันที

ในอนาคตระบบ Biz Portal จะพัฒนาให้บริการได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยขยายผลเชื่อมโยงระบบด้านอื่น ๆ ของการเริ่มต้นธุรกิจในด้านขออนุญาตก่อสร้าง และด้านการขอใช้ไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการให้ได้รับบริการที่เร็วขึ้น สะดวกขึ้น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการลดลง และคาดว่าจะส่งผลต่อการจัดอันดับ Doing Business ของประเทศไทยในปีต่อไปมีอันดับที่ดีขึ้น อันเป็นส่วนหนึ่งที่ดึงดูดให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เกิดการจ้างงาน ประชาชนมีรายได้ และส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ