2.การกำหนดประเภทธุรกิจ


การประกอบธุรกิจการค้าอาจดำเนินการได้หลายรูปแบบ ทั้งโดยบุคคลคนเดียวเป็นเจ้าของกิจการโดยลำพัง หรืออาจดำเนินการโดยร่วมลงทุนกับบุคคลอื่นเป็นกลุ่มคณะก็ได้ การที่จะตัดสินใจเลือกดำเนินธุรกิจการค้าในรูปแบบใดนั้น ผู้ประกอบการจะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบที่สำคัญหลายประการด้วยกัน เช่น ลักษณะของกิจการค้า เงินทุน ความรู้ความสามารถในการดำเนินธุรกิจเป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้การประกอบธุรกิจนั้นประสบผลสำเร็จนำมาซึ่งผลประโยชน์และกำไรสูงสุด

รูปแบบการจัดทำธุรกิจในไทย



กิจการเจ้าของคนเดียว: เจ้าของธุรกิจต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวและขอบเขตของความรับผิดชอบนั้นก็มีไม่จำกัด

ห้างหุ้นส่วนสามัญ: มีผู้เป็นหุ้นส่วนตั้แต่ 2 คนขึ้นไป โดยผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้สินทั้งปวงของห้างหุ้นส่วนไม่จำกัดจำนวน

ห้างหุ้นส่วนจำกัด: มีผู้เป็นหุ้นส่วนตั้งแต่2 คนขึ้นไป โดยผู้เป็นหุ้นส่วนแยกเป็น 2 ประเภท คือ หุ้นส่วนจำพวกจำกัดการรับผิดเพียงจำนวนเงินที่ตนรับว่าจะลงทุนและหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดในบรรดาหนี้สินทั้งปวง

บริษัทจำกัด: มีผู้ร่วมลงทุน อย่างน้อย 3 คน โดยผู้ถือหุ้นต่างมีความรับผิดชอบที่จำกัด คือ ไม่เกินจำนวนเงินที่ยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าหุ้นที่ตนถือ

บริษัทมหาชนจำกัด: บริษัทที่ตั้งขึ้น โดยมีผู้ร่วมลงทุนอย่างน้อย 15 คน และมีความประสงค์ที่จะเสนอขายหุ้นต่อประชาชน โดยผู้ถือหุ้นมีความรับผิดชอบจำกัด ไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ต้องชำระ

สำนักงานสาขา: บริษัทที่จัดตั้งอยู่ในต่างประเทศที่มาขอตั้งสาขาในประเทศไทยอาจได้รับเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากสำนักงานใหญ่ หรือ/และ อาจมีรายได้ของตนเองจากการประกอบธุรกิจก็ได้

สำนักงานผู้แทน และสำนักงานภูมิภาค: บริษัทที่จัดตั้งอยู่ในต่างประเทศ ที่ขอจัดตั้งผู้แทนในประเทศไทยให้บริการแก่สำนักงานใหญ่ หรือบริษัทในเครือ ไม่สามารถมีรายได้ของตนเองจากการประกอบธุรกิจ


หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
ที่มา: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทร.1570

[กลับไปด้านบน]

ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด 29 กุมภาพันธ์ 2559