6.การดำเนินการด้านการจดทะเบียนเป็นผู้เสียภาษี


หลังจากจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจเป็นนิติบุคคลแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการจดทะเบียนด้านภาษี ซึ่งประกอบด้วย ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ

1. การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
2. การจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ


1. การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

1.1 ผู้ประกอบการซึ่งประกอบกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม การขายสินค้าหรือการให้บริการ ที่มีรายรับเกิน ๑,๘๐๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี หรือมีแผนงานที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ได้เตรียมการเพื่อประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการ อันเป็นเหตุให้ต้องมีการซื้อสินค้าหรือรับบริการที่อยู่ ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น ก่อสร้างโรงงาน ติดตั้งเครื่องจักร ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

1.2 ผู้ประกอบการซึ่งประกอบกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังต่อไปนี้ สามารถแจ้งสิทธต่ออธิบดี เพื่อขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้

๑) การขายสินค้าตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๘๑(๑)(ก) ถึง (ฉ) แห่งประมวลรัษฎากร

๒) การขายสินค้าหรือการให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่มีรายรับไม่เกิน ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี

๓) กิจการอื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

ท่านสามารถยื่นขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มทางอิเล็กทรอนิกส์และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร 1161

ยื่นขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มทางอิเล็กทรอนิกส์


2. การจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ 

ผู้ประกอบกิจการซึ่งประกอบกิจการในราชอาณาจักรที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ได้แก่
1) การธนาคาร
2) การประกอบธุรกิจเงินทุน
3) การประกอบธุรกิจหลักทรัพย์
4) การประกอบธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ 
5) การรับประกันชีวิต
6) การรับจำนำ
7) การประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์
8) การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร
9) การซื้อและขายคืนหลักทรัพย์
10) การประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริง
ท่านสามารถยื่นขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ที่ และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ หรือ กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง โทร.1161

สำหรับภาษีชนิดอื่นที่ต้องมีการชำระให้แก่ภาครัฐ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อ "การชำระและขอคืนภาษี"

[กลับไปด้านบน]
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด 29 กุมภาพันธ์ 2559